นี่แหละลูกผู้ชายตัวจริง!! “ไชยา มิตรชัย” เผยแม่ภรรยาสั่งให้เลิกกัน ลั่นเคยคิดนอกใจมีผู้หญิงอื่น

  • Komsan
  • October 23, 2018
  • Comments Off on นี่แหละลูกผู้ชายตัวจริง!! “ไชยา มิตรชัย” เผยแม่ภรรยาสั่งให้เลิกกัน ลั่นเคยคิดนอกใจมีผู้หญิงอื่น

สำหรับ “ไชยา มิตรชัย” พระเอกลิเก อันดับต้นๆเลยก้อว่าได้ ในวันนี้เขาได้ มาเปิดใจเรื่องครอบครัว ความรักที่น่าทึ่ง ผู้หญิงหนึ่งคนจะอดทนเผยสามีได้ขนาดนี้ และนี่เป็นครั้งแรกที่ เอ ไชยา จะมาเล่าว่าเจอกันกับภรรยาได้อย่างไร มีในบ้างครั้งที่หัวใจเคยวอกแวก แต่ต้องกลับมาเพราะภรรยารออยู่ เรามาชมกันเลยดีกว่าคร้า…

เจอภรรยาครั้งแรกยังไง เห็นว่ามาจากแนวๆ แม่ยก

เอ ไชยา “ที่เจอกันเพราะช่วงนั้นมีคนเข้ามามากมาย หลายครอบครัว เข้าใจนะว่าถ้าเขาอยากให้ลูกตกล่องปล่องชิ้นต้องดูแล้วว่าผู้ชายเป็นคนดี แม่ของภรรยาก็เช่นกัน ท่านเป็นคนทำบุญเยอะ พ่อแม่ผมกับเขาก็คุยถูกคอกัน แต่ผมกับภรรยาไม่ค่อยลงกัน ไม่ได้ไม่ชอบหน้านะ แต่เราก็ไม่ได้มอง เพราะว่าคนมันเยอะมากๆ

เขามองว่าเราเป็นคุณชาย นั่งรถเข้างาน มีคนขับ เขาก็มองเราไม่ดีว่าหยิ่ง เราก็มองเขาว่าหยิ่งเพราะเป็นลูกคนมีอันจะกิน เขาไม่คุยกับเรา ต่างคนพอกัน (หัวเราะ) อายุได้ 18-19”

แล้วมาเริ่มคุยกันยังไง

เอ ไชยา “จะมีงานแล้วผู้ใหญ่เขามานั่งคุยกัน แม่เขาไปที่บ้าน ผู้ใหญ่ก็คุยกัน เราเป็นเด็ก ก็ต้องแยกออกมาแล้วเราไม่รับแขกก็ไม่ได้ ก็ได้พูดคุยกัน พอคุยแล้วก็รู้สึกดีๆ คุยถูกคอ”

ใช้เวลานานมั้ยกว่าจะเป็นแฟน ตกล่องปล่องชิ้นกับคุณนา
เอ ไชยา “1 ปีกว่าๆ ก็ต้องลงเป็นแฟน แต่อยู่ในสายตาผู้ใหญ่หมดครับ ตอนนั้นถ้าพระเอกลิเกเปิดตัวมีแฟนจะจบเลย หลายคณะต้องจบเลยเอาป้ายออก พับป้ายคณะทันที เลยต้องซ่อน

พ่อเขาก็ไม่ได้หวงได้ห้าม บอกว่าแล้วแต่ลูกตัดสินใจนะ ก็คบกัน ไม่ได้พูดนะว่าบอกใครไม่ได้ แต่เขาก็รู้โดยอัตโนมัติ เขาไม่แสดงตัวเป็นเจ้าตัว บุคลิกเขาก็เงียบอยู่แล้ว ไม่ได้มีปากมีปากเสียงกับใคร เขารู้อยู่แล้วว่าเป็นแฟนไชยาจะเป็นยังไง

ตอนที่ท้องลูกสาวคนแรก ก็เช่าบ้านอยู่ด้วยกัน เรารู้ก็ดีใจ ดูแลซึ่งกันและกัน ช่วงนั้นเขาก็หายไปจากวงการลิเก แม่ยกคนอื่นก็ใจชื้นนึกว่าเขาถอยทัพ เพราะมีอยู่ช่วงคนเริ่มรู้ระแคะระคายว่าเราคบกันหรือเปล่า จากนั้นพอท้องเขาก็เก็บตัวเงียบ พอมีลูกก็บอกไม่ได้ว่าลูกเรา”

ถามทางภรรยาบ้างว่าน้อยใจมั้ย
พจนา “ไม่น้อยใจ เข้าใจชีวิตเขา เคยไม่เจอเขาเป็นปี ช่วงที่เขาดังใหม่ๆ ช่วงเล่นลิเกยังเจอบ้าง แต่ตอนกระทงแล้วไม่เจอเลย ก็มีกลัวนะแต่อยู่ที่ใจ ทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็แบ่งใจไว้ครึ่งหนึ่ง กันเสียใจ

แต่ไม่แสดงว่าเป็นแฟนเขา เพราะชีวิตเขามีพ่อมีแม่ต้องดูแล เราเป็นคนที่ยืนดูมีความสุขกว่าไปทำเรื่องให้วุ่นวาย ให้เขาดูแลครอบครัวเขามีความสุข แต่จะโทรทิ้งเบอร์ไว้ทุกวัน รับไม่รับไม่เป็นไร แต่ให้เห็นเบอร์แล้วรู้ว่าเรายังอยู่นะ เคยโทรไปหาเขา น้องชายรับ เราต้องวางสาย”

ทาง เอ ตอนนั้นกลัวอะไร

เอ ไชยา “ถ้าคนรู้พังหมดเลยชีวิต พ่อแม่บอกเสมอให้นาเข้าใจ ถ้าไชยา มิตรชัยพังไปคน คนเดือดร้อนหลายชีวิต ทั้งวงทุกคน ยังมีอีกหลายชีวิตต้องหาเลี้ยง

ตอนนั้น ต้องหลบหนี ย้ายบ้าน เปลี่ยนชื่อลูก เมื่อมีข่าวหรือมีคนระแคะระคายว่า ไชยา มีลูก ขายบ้านหนีพาเมียลูกขึ้นเขาไปอยู่ที่สัตหีบและทิ้งไว้บนเขาเลย ลูกเคยอาบน้ำอุ่นก็ต้องไปอาบน้ำเย็น เขาไปอยู่ลำบาก

แม่นาก็ถามนาว่าพอมั้ยลูก เลิกเถอะ เราทิ้งเขาไว้เกิดพายุ รถรับส่งคนขึ้นเขาลงเขาไม่มี ผมไม่รู้เลยตอนนั้น เพิ่งมารู้จากปากเขา ผมรู้สึกว่าตัวเองผิดแบบไม่น่าให้อภัย”

พจนา “แม่ก็อยากให้เลิก (ร้องไห้) แม่อยากให้กลับมาอยู่บ้าน ไม่อยากให้ร่อนเร่ไปอยู่ไหนแล้ว แต่นาอยากให้ลูกมีพอ ทนต่ออีก แม่เขาไม่ได้โกรธเอนะ”

เอ ไชยา “แม่เขาไปเห็นสภาพ ก่อนจะไปอยู่บนเขาก็อยู่คอนโด เด็กต้องอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเพราะกลัวออกไปเล่นแล้วคนเห็น ตอนอยู่อยุธยาเด็กก็ไปขี่จักรยานเล่น ผมก็ไปเตือนพี่เลี้ยงว่าอย่าให้ออกไปเดี๋ยวคนรู้ เรากลัวไปหมด”

พจนา “ต้องหัดขับรถ สงสารลูก เพราะต้องอุ้มเขาไปเรียน บางทีฝนตก ก็ตัดสินใจหัดขับและซื้อรถเลย”

เอ ไชยา “เราหาคนขับรถไม่ได้ เพราะเขาจะเอาไปพูด แล้วเป็นข่าว มีครั้งนึงลูกสาวโทรมาร้องเพลงให้ฟัง คือสาเหตุที่ลูกเข้าใจเพราะภรรยาบอกให้ลูกฟังอยู่เสมอว่าพ่อรักหนูนะ พ่อไปทำงาน พ่อคิดถึงหนูนะ

แล้ววันนั้นลูกบอกว่าคิดถึง จะร้องเพลงให้พ่อฟัง ภรรยาก็โทรมา ตัวผมกำลังจะเข้ารายการ แต่ลูกบอกพ่ออย่าเพิ่งว่างนะ พ่อฟังหนูให้จบก่อนนะ เขาร้องเพลงผมในละครนายฮ้อยทมิฬ

ประโยคที่ลูกบอกพ่ออย่าเพิ่งวางสายนะ ฟังหนูก่อน ผมนี่อื้อหื้อสุดๆ แล้ว มันมีทั้งความอิ่มใจ คิดถึง ฟังไปไม่พูดอะไรเลยสักคำ น้ำตาผมหยดๆๆๆๆ แต่น้ำตาที่หยดยังไม่เท่า น้ำตาที่ตกข้างในเลย มันพรั่งพรูจริงๆ ออกข้างนอก ว่าเราละเลยหน้าที่

แล้วก็เป็นข่าว มีนักข่าวมาบอกผมว่า ข่าวลูกกับเมียเอ๋ มาแล้วนะ พรุ่งนี้หน้า 1 แน่ๆ ผมก็ให้เขาเล่าให้ฟัง เขาก็บอกว่ามีผู้หญิงแบบนี้ท่าทางแบบนี้มาให้ข้อมูล จับใจความได้ว่าไม่ผลดีกับเราเลย ก็ขอเขาชะลอ นักข่าวก็เห็นเรา จากนั้นผมก็โพสต์เฟซบุ๊กเลย

จุดนี้เราพร้อมเปิดแล้ว เป็นวัยเราแล้ว สมควรแล้ว ทำเพื่อคนอื่นมานานแล้ว ทำเพื่อครอบครัวเราบ้างจะเป็นอะไร และคนในวงเราก็ไม่ต้องห่วงแล้ว เพื่อนๆ ในคณะอยู่ตัวแล้ว เราเห็นภาพแล้วว่าทุกคนอยู่ได้

ซึ่งคนที่มาให้ข่าวเขาคงคิดว่าเล่นพี่ใหญ่ของตระกูลมิตรชัย ถูกเป้าเลย ถ้าไอ้ตัวนี้ล้มไปสักคนหมดเลย มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เขาคิดถูกนะ เพราะเขาเหมือนยิงธนูเข้าเป้ามาที่ผมเลย แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าผมเห็นแค่ดอกไม้ที่ส่งกลับมา เปิดไปแล้วเป็นน้ำตาแห่งความสุข ดีใจ ปลาบปลื้ม ที่เราไม่เคยได้รับเลยในชาตินี้”

พจนา “พอเปิดตัวแล้วดีใจค่ะ ดีใจที่ลูกมีครบแล้ว พ่อแม่ ส่วนตัวนาเปิดหรือไม่เปิดก็มีความสุขอยู่แล้ว แต่ดีใจกับลูก เขาสามารถบอกทุกคนได้ว่านี่พ่อเขา เขาเรียกพ่อข้างนอกได้แล้ว”

เอ ไชยา “วันก่อนไปเดินห้าง แล้วเขาจะลงบันไดเขาคว้ามือเรา ซึ่งไม่เคยจับมือต่อหน้าคน อันนี้เป็นครั้งแรกเลย เราภูมิใจมากเหมือนเราได้เดินเคียงข้างเขา เราปกป้องเขา เขาจับเรา ให้เราประคองเขาไป มันมีความรู้สึกภูมิใจ”

เอ มีวอกแวกมั้ย

เอ ไชยา “มีครับ เคยไปทานข้าวกับผู้หญิง แต่พอไปแล้วกินไม่ลง เห็นหน้าลูกแล้วกินไม่ลง นึกว่าเมียเราเป็นคนดี เขาอดทน เขารอเราอยู่ แล้วผมก็ขออนุญาติแยกออกมาจากผู้หญิงคนนั้น ภรรยาเขาคือผู้หญิงอดทนที่สุด ทนได้อยู่ยังไงในชีวิตของเขา เป็นคนอื่นเขาไปแล้ว”.

Facebook Comments